NuTai's profile.。✿*゚’゚✿。.:*(¯`•._.•°กระ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 09

    มีพ่อจน ๆ มันน่าอายนักหรือ

    วันนี้เลิกงานเร็วเลยพาพี่นุ่มไปซื้อของใช้ที่ห้างแห่งหนึ่ง รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้านุ่มก็เริ่มงอแงๆ ง่วงนอน สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้านุ่ม แล้วก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่หนูน้อยเรียกว่า "ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียวค่ะ

              พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆ ว่า "ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ" ผู้เป็น "ปู่" เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง มีลูกชายลูกสะใภ้จ้องตาเขม็ง หุบยิ้มทันที

              "ว่าไง พ่อ จ่ายเค้าไปสิ" ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง

              "ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร่" คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน

              "อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ " ลูกชายลูกสะใภ้พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก...รำคาญ 

                ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"

              คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้ ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทค่ะ)

              ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลานไม่ไปหานานแล้ว แกจึงตัดสินใจรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีนั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง แล้วชวนออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของมามากมาย แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่บ้านนอกก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท ใครจะจะรู้ว่าของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน

              เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับเป็น (อ้าว..!แล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา) แต่ก็ยังลังเลอยู่ กลัวลูกกลับมาตามหาแล้วไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์เลยตัดสินใจพาคุณปู่ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกค่ะ

              จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มาจริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ (ฝากเด็กที่ี่ี่ประชาสัมพันธ์ค่ะว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที) พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้ค่ะ จริงๆ อยากรอดูสักพัก แต่เจ้านุ่มไม่ไหวแล้วค่ะ งอแงเหลือเกิน

              คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆ หรอกนะ นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกันถึงจะซื้อได้ไม่หมดก็เถอะ นี่มันไม่เคยกลับไปหาปู่เลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้" 

              เราปลอบใจแกไปบอกว่าเดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อนเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม ในใจคิดวนเวียนตลอดเวลา

    .... นี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ ...

              "พ่อ" ไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า เงินเท่านี้อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้งชีวิตก็ได้ (คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น

              จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา... เราคงไม่มีวันทอดทิ้ง "พ่อ" ให้ได้รับความเจ็บปวดอับอายจากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูกหลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา.... เราคงบอก"พ่อ" ว่า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ "พ่อ" กลับบ้านเราเถอะ

    October 26

    ปลายฝนต้นหนาว เที่ยว อุทยานแห่งชาติ ภูสอยดาว

    ปลายฝนต้นหนาว เที่ยว อุทยานแห่งชาติ ภูสอยดาว


              ข่าว ท่องเที่ยว ชวน ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ ภูสอยดาว ภายใน เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะช่วง ปลายฝนต้นหนาว เหมาะสมแก่ การท่องเที่ยว ภูสอยดาว มากที่สุด ดอกไม้ นานาพันธุ์ ภายใน ภูสอยดาว ผลิดอกบานสะพรั่ง สวยงาม ท้า ลมหนาว รอ นักท่องเที่ยว ยลโฉม         

    ภูสอยดาว


              ยลโฉมป่าสนงาม – ดอกไม้นานาพันธุ์ ดื่มด่ำธรรมชาติกับทริปที่น่ามาสัมผัส ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ดอกไม้นานาพันธุ์ ต่างผลิดอกชูช่อบานสะพรั่งสวยงามท้าลมหนาว รอนักท่องเที่ยวให้มายลโฉม

              โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ขอแนะนำให้กับผู้ที่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวแบบ ธรรมชาติ นั่นคือ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพื่อเที่ยวชมความงามของธรรมชาติที่สวยงาม 

    ภูสอยดาว
     
              อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และในเขตป่าไม้ถาวร ตามป่าภูสอยดาว อำเภอน้ำปาด และป่าภูสอยดาว อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่รวม 48,962.5 ไร่ หรือ 78.34 ตารางกิโลเมตร มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร

              สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน บางจุดสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อประเทศลาว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ มีจุดเด่นที่น่าสนใจเป็นที่ ดึงดูดให้ประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม ได้แก่ น้ำตก 5 ชั้น ชื่อว่า “ภูสอยดาว” แต่ละชั้นตั้งชื่อไว้อย่างไพเราะ เช่น ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และ สุภาภรณมีน้ำไหลตลอดทั้งปี อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ มีเนื้อที่กว้างกว่า 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก และพื้นที่ใกล้เคียงยังมีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถผนวกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติได้อีกเป็นจำนวนมาก

    ภูสอยดาว
     
              สำหรับสภาพภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยส่วนของยอดภูสอยดาว มีความสูง 2,102 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาสูงสุดในพื้นที่ ก่อให้เกิดสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะสมต่อการเติบโตของป่าดงดิบเขา และป่าสน อันเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำปาดที่หลากไหลอยู่ตลอดปี ความงดงามของทะเลดอกไม้บนป่าสนภูสอยดาวจะสมบูรณ์มากที่สุดในช่วงปลายฝนต้น หนาว

              ซึ่งเป็นช่วงที่ภูสอยดาวมีทัศนียภาพสวยงามที่สุด เนื่องจากตามทุ่งหญ้าเขียวขจีในป่าสนจะมีดอกหงอนเงือก หรือน้ำค้าง กลางเที่ยงสีชมพูอ่อนแซมสลับกับดอกกระถินสีเหลืองสดใสสะพรั่งดอกไปทั่วหลังภู ยิ่งในยามเช้า สายหมอกขาวและไอเย็นจะปกคลุมป่าสนงดงามราวสวรรค์บนดิน
     
              โดยเส้นทางที่จะขึ้นภูสอยดาวนั้นมีความยาวประมาณ 6.5 กิโลเมตร เป็นทางชันขึ้นเขาผ่านเนินสุดโหดต่างๆ เช่น เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินปราบก่อ เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ ใช้เวลาเดินทางระหว่าง 4-6 ชั่วโมง จึงจะขึ้นถึงยอดภูลักษณะราบเรียบคล้ายภูกระดึง เนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ นักเดินทางยังต้องแบกสัมภาระและอาหารต่างๆ ขึ้นไปเองทั้งหมด แต่เมื่อถึงภูแล้วภาพความงามของทุ่งหญ้าหงอนเงือก และป่าสนสามใบที่สวยงามที่สุดในเมืองไทย คงจะเป็นเสมือนรางวัลช่วยเพิ่มพลังให้กลับฟื้นได้เป็นแน่
     
    ภูสอยดาว

              สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวบนอุทยานภูสอยดาว นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ลานสนสามใบภูสอยดาว เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป ส่วนพืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ 

              โดยกลางทุ่งหญ้า มีดอกไม้ดินขึ้นชูช่อแย่งกันออกดอกเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค จะมีดอกสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณา จะมีดอกสีเหลือง และ ดอกหญ้ารากหอม จะมีดอกสีม่วงเข้มสวยงามมาก ซึ่งฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิระหว่าง 1-5 องศาเซลเซียส มีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์, ใบเมเปิล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก

              สำหรับการเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร โดยระหว่างเดินเท้าขึ้นสู่ลานสนสามใบภูสอยดาวจะพบสภาพป่าที่สมบูรณ์และสวยงามมาก และมีความสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย
     
              หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหนี ความวุ่นวายในเมืองช่วงปลายฝนต้นหนาว ลองแวะมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวแห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสไอหนาวและความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงธรรมชาติที่สมบูรณ์ สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว โทร. 0-5541-9234-5
    September 24

    ใครทำให้เธอแพ้?

    ใครทำให้เธอแพ้…?


    ในวันหนึ่ง . . . ที่เธอทรุดตัวลงกับพื้น
    ร้องไห้คร่ำครวญ อย่างคนขวัญเสีย
    เธอกล่าวโทษ ทุกสิ่งทุกอย่าง
    ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง  . . .
    ไม่มีอะไรเป็นอย่างใจ  ไม่มีใครเข้าข้าง

    ความเจ็บปวดที่เธอได้รับมา มันมากมายมหาศาล
    เกินกว่าสิ่งใด . . . จะเยียวยา
    เธอปล่อยให้น้ำตาไหลริน ไม่ขาดสาย
    ปล่อยให้หัวใจทุกข์ระทม  . . .
    ปล่อยความฝันให้แตกสลาย  . . .
    กอดเข่านั่งมอง . . . ความพ่ายแพ้ของตัวเอง

    มีสักวินาทีไหม . . .?
    ที่เธอจะหันกลับมามองตัวเอง อย่างถ่องแท้
    ดวงตาที่เอ่อล้น ด้วยน้ำตานั้น
    พร้อมที่จะเปล่งประกาย ความสดใส
    ริมฝีปากที่บิดเบี้ยว ด้วยความเจ็บปวด
    พร้อมที่จะยิ้มร่า  . . .สองขาที่ทรุดลงอย่างอ่อนล้านั้น
    พร้อมที่จะหยัดยืน และหัวใจของเธอยังเต้นแรงอยู่
    ไม่ได้แผ่วเบาลงไปเลย

    มีสักวินาทีไหม . . .?
    ที่เธอจะมองทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัว
    ทางข้างหน้าทอดยาว  . . . รอให้เธอมาเหยียบย่าง
    โลกใบนี้กว้างใหญ่ รอให้เธอออกไปเรียนรู้
    ความหวัง . . . เป็นประกายเรืองรอง
    รอจะโชติช่วง ในดวงตาของเธอ
    ความฝันยังโลดแล่นอยู่ในวันพรุ่งนี้
    ความสุขปนไปในอากาศ
    รอให้เธอสูดลมหายใจให้เต็มปอด



    ญาติพี่น้อง … รักและห่วงใยเธอ
    เพื่อนฝูง .. เอาใจช่วยเธอ
    และคนอีกมากมายที่อยู่รอบ ๆ ข้าง
    พร้อมจะเป็นกำลังใจนำเธอไปสู่ชัยชนะ
    ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเธอเองแล้ว
    ใครกัน ... ที่ทำให้เธอแพ้

    แค่ผิดหวัง . . . เพียงครั้งเดียว
    เธอก็รู้สึกแล้วว่า . . . ชีวิตนี้หมดหวัง
    แค่คนที่เธอรักคนหนึ่งเดินไปจากชีวิต
    เธอก็รู้สึกแล้วว่า . . . คนทุกคนเดินจากชีวิตเธอไปหมด

    แค่เธอร้องไห้ . . . เพียงหนึ่งครั้ง
    เธอก็รู้สึกแล้วว่า . . . เธอจะไม่มีวันยิ้มได้อีก
    โดยที่เธอไม่ได้นึกเลยว่า
    นั่นเป็นเพียงแค่ความรู้สึก . . .ไม่ใช่ความเป็นจริง
    เธอเสียใจ ก็แค่วันนี้ ตอนนี้ ความเป็นจริงคือไม่ใช่ตลอดไป
    คนที่จากเธอไปก็แค่ไม่กี่คน
    ความเป็นจริงคือ  . . .เธอยังมีใครอีกมากมายที่อยู่กับเธอ

    จริงอยู่ . . . เมื่อเธอเป็นคนสัมผัส เป็นคนพบเจอ
    เธอย่อมมีสิทธิ์จะคิดจะรู้สึก
    แต่เมื่อรู้สึกแล้ว . . .ก็ต้องรู้สึกให้เพียงพอ ให้พอดี
    แค่นั้น แค่ตรงนั้น แค่เรื่องนั้น
    เพราะไม่นานทุกอย่างก็จะดีขึ้น

    เมื่อเวลาตรงนั้นผ่านไป
    ไม่ใช่พอเกิดปัญหาขึ้นมาครั้งเดียว เธอก็รู้สึกเลยเถิดไปไกล
    คิดว่าจะต้องเป็นตลอดไป
    ไม่มีเหตุผลที่ต้องคิดไปไกล
    หรือต้องตัดสินว่านั่นคือ
    ความรู้สึกทั้งหมดที่เหลือจากเวลาตรงนี้
    จะต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไป

    จะหมดหวังก็หมดหวังไป
    จะร้องไห้ก็ร้องไป
    แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า . . . นั่นเป็นเพียงความรู้สึกที่จะรู้สึกไม่นาน
    แต่ความเป็นจริงของโลกจะทำให้เราเห็นว่า
    ความรู้สึกของเราไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่สุด
    ความเป็นจริงต่างหากที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิตจริง

     

    September 22

    ผิดไหม…? ที่ทำไปอย่างนั้น

    ผิดไหม…? ที่ทำไปอย่างนั้น


     

    ฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีผู้ชายมาชอบ มามอบความรักให้
    ซึ่งแน่นอนว่า . . . มันฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่ดีไม่น่าจะมีอะไร
    เพียงเเค่ . . . ฉันรับรักเขาคนนั้นคงจะพอ

    แต่ . . . ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น
    ฉันคิดว่า . . . ความรักของคนเรา
    ต้องการส่วนประกอบหลายอย่าง
    ไม่ใช่ว่ารักอย่างเดียว แล้วจะคบกันได้ตลอดไป
    มันควรมีความเข้าใจความห่วงใย นิสัยที่เข้ากันได้

    แต่เขาคนนั้น รักด้วยความหลง รักจนเกินความพอดี
    รักจนฉันรู้สึกว่า . . . ตัวฉันขาดความเป็นส่วนตัว
    เพื่อนๆ ก็เข้าใจผิดว่าเรารักกัน
    แต่เป็นรักที่ฉัน รู้สึกอึดอัดกับมันเหลือเกิน . . .

    ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร . . .
    เพื่อนก็ไม่เข้าใจ ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกแบบนี้
    ถ้าปล่อยเวลาให้ผ่านไป ฉันก็จะกลายเป็นผู้หญิง ที่เห็นแก่ตัวไปทุกวัน
    ปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นถลำลึกลงไป ในความว่างเปล่าของตัวฉัน
    โดยใช่คำว่า เพื่อนบอกมาเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เขาเสียใจ

    แต่ดูเหมือนเขา . . . จะไม่เข้าใจอะไรเสียเลย
    เขายังคงทำทุกอย่างทำให้ฉันรู้สึกดี
    ต่ยิ่งทำมันก็ยิ่งไกลกันออกไปทุกที . . . โดยที่เขาไม่รู้ตัว

    แล้วมาถึงวันนี้ . . . ฉันตัดสินใจ บอกความรู้สึกทั้งหมดที่ฉันมี
    ฉันบอกว่า . . . ฉันไม่พร้อมที่จะมีรักกับเธอ
    ฉันมีความสุขแล้วมากๆ กับเพื่อนและคนรอบข้างของฉัน
    และอยากให้เรา กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
    . . . จะดีกว่า การที่รักกันแบบแฟน

    และฉัน . . . จะให้ความสนิทกันได้มากกว่านี้
    แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจ และยังบอกว่าจะรอจนกว่าจะพร้อม
    ฉันยกเหตุผลทั้งหมดมาบอก ด้วยเสียงที่เห็นใจและยอมรับในตัวเขา
    แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิมว่า . . . จะรอ รอจนกว่าฉันจะพร้อม

    เขาพูดคำ ๆ นี้มาพร้อมกับน้ำตาของผู้ชาย
    ฉันเริ่มทำอะไรไม่ถูก . . .
    ทั้งสงสาร กลุ้มใจ ความรู้สึกปนกันไปจนแยกไม่ออก
    แต่ก็ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเมื่อมาเจอเพื่อน ๆ ซึ่งมันทำยากนะ . . .
    บอกเลยว่ายากมาก ๆ กับการที่ต้องเก็บความรู้สึกทั้งหมด  . . .
    . . . แล้วฝืนยิ้มออกมาอย่างไม่มีอะไร

    ฉันผิดหรือเปล่า? ที่ทำกับคนที่รักฉันด้วยความจริงใจ
    กับคำที่ฉันพูดไป ฟังดูโง่นะ
    ที่เจอกับผู้ชายดีๆขนาดนี้เเล้วปล่อยไป
    แต่ . . . ฉันไม่พร้อมจริง ๆ นี่นา . . .

     

    September 14

    ไม่ผิดสักคน

    คงต้องจบ ตรงที่ทางแยกซักทาง
    รู้ว่าคงยากที่จะไป ไกลเกินกว่าหวัง
    จะทำเท่าไรก้อคงไม่ดี ฮืม...

    ฉันรู้.. แต่ยังไม่เคยคิด
    ว่าต้องจบ ต้องจากกันเร็วเท่านี้
    ฉันแค่อยากรั้งเธอนานๆ นานเกินกว่านี้
    แต่ว่าวันนี้ได้เพียงรับมัน

    ไม่ผิดสักคน แค่ฉันและเธอไม่ใช่
    ไม่ผิดที่เราต่างต้องแยกไป
    ไม่ผิดที่ทางอย่างนี้ถึงก่อนเราตั้งใจ
    จะจากกันไปเข้าใจทุกอย่าง

    ความจริงไม่เคยเหมือนความฝัน
    เราไม่อาจทำอะไรได้เหมือนใจ
    แม้จะอยากฝืนความเป็นจริง มีเธอต่อไป...
    แต่จะอย่างไรก้อยังต้องจบ

    ไม่ผิดสักคน แค่ฉันและเธอไม่ใช่
    ไม่ผิดที่เราต่างต้องแยกไป
    ไม่ผิดที่ทางอย่างนี้ถึงก่อนเราตั้งใจ
    จะจากกันไปเข้าใจทุกอย่าง

    ไม่ผิดที่ทางที่หวังไม่เป็นดังวาดไว้
    ไม่อาจจะไปไกลกว่าตรงนั้น
    ไม่ผิดที่หวังสุดท้ายไม่มีเธออยู่ข้างฉัน
    จะจากกันไปเข้าใจทุกอย่าง... 
    August 27

    คำสารภาพ... ของคนที่ยังรักเธอ

    คำสารภาพ... ของคนที่ยังรักเธอ



    จะสารภาพความหลังอยากฟังไหม?
    หากฟังโปรดทำใจอย่าไหวหวั่น
    เพราะมีเรื่องมาบอกไม่หลอกกัน
    รักคราวนั้นฝังใจ... ลืมไม่ลง



    ปากเสแสร้งแข็งขืนยืนยันหัก
    บอก "ไม่รัก" แท้ใจสุดใหลหลง
    ทนกล้ำกลืนระทมจิตใกล้ปลิดปลง
    ฝืนทรนง... แต่ทว่า... แสนล้าแรง

    สุขสูญสิ้นตั้งแต่วันตัดขาด
    แต่บังอาจแสดงตน "คนกล้าแกร่ง"
    ถึงใครคิดห้ามปรามหยามตะแบง
    ซ้ำปากแข็งเยาะไป... สบายดี

    ความจริงแสนทรมานร้าวรานจิต
    เหมือนชีวิตหมองหม่นบนวิถี
    ความรักเอยกลับกลายคล้ายไม่มี
    ทุกวันนี้ขอบอก... ชอกช้ำใจ

    ยังมีอีกหนึ่งอย่างอยากให้รู้
    โปรดฟังดูสักนิดอย่าคิดไล่
    ฉัน... คนที่ปวดปร่าทุกข์กว่าใคร
    สารภาพไว้เผื่อประจักษ์... "ฉันรักเธอ "


     

    August 10

    เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน

    เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน

                          แม่. . . ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
                  เพราะเราเต็มใจรักแม่ โดยไม่ต้องหลง

                  แม่. . . อาจเคยตีเราให้เจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
                  แม่. . . ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน

     

                  แม่. . . ไม่เคยบอกเลิก
                  แม่. . . เป็นแบงค์ส่วนตัวที่เวลากู้ไม่เคยคิดดอกเบี้ย 
                  และไม่ค่อยทวงคืน

                  แม่. . . เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
                  แม่. . . เป็นคนที่เห็นเราดีกว่า แฟนของแม่เสมอ
                  ขอหอมแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน

     

                  แม่. . . ยอมตัดสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
                  แม่. . . สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนโต
                  แม่. . . ยอมเป็นยายอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน
                  เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน

     

     

     

     

                  และในประเทศนี้ไม่มี . . . “วันแฟนแห่งชาติ”
                  เหมือนวันแม่ใช่มั้ย 

                  รู้ว่าความรักของแม่ ยิ่งใหญ่กว่าแฟนแล้ว. . .
                  พรุ่งนี้!! คุณอยากบอกแม่ว่าอะไรดี. . .?

     

                  อย่ารอโอกาส หรือรอเวลาบอกรักแม่เฉพาะ “วันแม่” เท่านั้น
                  . . .เพราะวันเวลาอาจทำให้คุณ . . . ไม่มีโอกาสบอกรักแม่ก็เป็นได้


      

    July 26

    อย่าเสียใจ. . .กับสิ่งที่คุณทำ

    อย่าเสียใจ. . .กับสิ่งที่คุณทำ



     

    เวลารักใคร . . . อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณทำ
    แต่ . . . จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ

    เมื่อเวลาผ่านไป . . . เราอาจจะต้องมานั่งเสียใจ
    ว่าวันนั้น . . . ทำไมเราไม่ทำแบบนี้
    ถ้าเราทำแบบนี้ . . .เรื่องนั้นอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

    คนเราไม่อาจย้อนเวลา กลับไปแก้ไขอดีตได้
    เพราะอดีตไม่เคยหวนกลับ
    เวลา . . . ไม่อาจย้อนคืนโอกาส
    ในเรื่องบางเรื่อง . . . อาจจะมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต

    ในเมื่อตอนนี้ . . . เรายังมีโอกาสทำสิ่งดีๆ
    ทำเรื่องดีๆ ให้กับคนที่เรารัก . . . ก็ทำไปเถอะ
    ทำไปเลย . . .ให้ไปเลย . . .

    โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกดีๆ
    ความรู้สึกห่วงหา และเอาใส่ใจให้ไปเถอะ
    ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ . . . เพียงให้อย่างมีสติ
    ทำแล้วไม่ทุกข์ไม่กระทบใคร . . . ให้ไปเถอะ
    ทำไปเถอะ...ขอให้ทำให้ดีที่สุด..

    เพราะเมื่อวันเวลาผ่านไป . . . สิ่งต่างๆ อาจผ่านพ้น
    บางเรื่องอาจจบและจากไป . . . บางเรื่องอาจคงอยู่ในความทรงจำ
    แต่อย่างน้อยเราได้ให้. . . ได้ทำในสิ่งที่อยู่ในใจไปหมดแล้ว
    เมื่อเรามานึกถึง . . .มันจะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป 

    July 12

    6 วิธีแก้เครียด

     
     
     
     
     
    ยิ้ม การยิ้มเป็นภาษากายที่ดีที่สุด เป็นการเปิดประตูของหัวใจรับความสุขและให้ความสุขแก่ผู้อื่น และชื่นชมตัวเองได้ด้วย จงคิดว่าเรายิ้มให้กับความดีของคนอื่น จงยิ้มอย่างสดชื่น อารมณ์ดีมีชีวิตชีวา

        อย่ากังวล ความกังวลเกิดจากความคาดหวัง อยากจะได้ในสิ่งที่เป็นได้ยาก และใจจะคิดอยากได้อยู่เสมอ เมื่อหมดความแสวงหา ลดความต้องการ ลดความอยากได้ลง ก็จะได้ไม่เครียดและเป็นทุกข์ต่อไป

        ความระแวง ความระแวงทำให้เป็นโรคเหงา คบใครๆ ก็ไม่สนิทสนมจากใจจริงและรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่ออยู่กับผู้อื่น ต้องทำอดีตให้เป็นอดีต อย่าทำอดีตให้เป็นปัจจุบันและกลัวอนาคต "เลิกคิดเถิด ความระแวง มะเร็งของความสุขของมนุษย์"

        ความโกรธ ความโกรธเป็นอารมณ์ที่น่ากลัวและรุนแรงที่สุด การลดความโกรธมีหลายอย่าง เช่น การทำงานให้มากขึ้น ออกกำลังกาย สนใจศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ เดินทางท่องเที่ยว ดนตรี เล่นกีฬา

        อารมณ์ขัน อารมณ์ขันนี้เป็นยาวิเศษที่ทำให้มีความสุข ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้เกิดมิตรภาพ มีความสนุกสนานและบรรยากาศรอบๆ ตัวจะสุนทรีย์ ลดตัวเองสู่ความเป็นเด็กได้ มองโลกในแง่ดี รู้จักให้อภัยตัวเองและผู้อื่นได้

        คาถาคลายเครียด "ช่างมัน" มนุษย์หนีความเครียดไม่พ้นหรอก บางคนมีมาก บางคนมีน้อย ความเครียดจึงทำให้ไม่เป็นสุข ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงไป และสิ้นสุดได้ทั้งนั้น เมื่อรู้แล้วก็ปล่อยวาง หรือ "ช่างมัน" เมื่อรู้อย่างนี้แล้วใครอยากจะเครียดนานๆ ก็ตามใจ นอกจากไม่มีความสุขแล้วยังแก่เร็ว ป่วยบ่อยๆ ด้วย

    July 11

    บัวสายช่วยดับร้อน

     อาหารไทยนั้นประกอบด้วยพืชผักสมุนไพรหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ เรียกได้ว่ากินก็อิ่มท้องแถมให้สรรพคุณทางยามากมาย อย่างดอกบัวหลวงที่เราชาวพุทธคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เวลามีงานเวลามีงานพิธี
    ทางศาสนาก็ใช้ดอกบัวนี่แหล่ะนำไปไหว้พระ เนื่องจากสายบัวหลวงมีก้านแข็ง มีความคงทนและสวยงาม ทำให้บัวสายหลวงคนไม่กินกัน ได้แต่ดูอย่างเดียว

      ส่วนบัวสายที่ขึ้นอยู่ตามน้ำลึกนั้นถือได้ว่านอกจากจะเป็นอาหารตาแล้ว ยังนำมาประกอบอาหารให้คุณประโยชน์มากมาย

      ส่วนที่นำมาประกอบอาหารของบัวสายที่นิยมได้แก่ส่วนก้าน สามารถกินได้ทั้งสดๆแต่ควรล้างให้สะอาดเสียก่อนแล้วค่อยเลาะเปลือกออกแล้วหักเป็นท่อนๆ จะกินแกล้มกับน้ำพริก ส้มตำหรือลาบก็กรุบกรอบ
     ชื่นใจดี แต่หากไม่ชอบกินแบบสดๆก็สามารถนำก้านบัวสายมาประกอบในอาหารที่ชอบได้ตามต้องการ อาทิ แกงส้มสายบัว ผัดสายบัวใส่หมูหรือกุ้งก็อร่อยสุดๆ

      นอกจากจะอร่อยแล้วในบัวสาย 100 กรัมจะพบแคลเซียม 8 มิลลิกรัม วิตามินซี 15 มิลลิกรัม ที่ช่วย
    บำรุงกระดูกและฟันของเราให้แข็งแรง และมีสารเบต้าแคโรทีน ที่ต้านโรคมะเร็งในลำไส้

      สำหรับสรรพคุณยาไทยนั้นพบว่า บัวสายมีรสจืด ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ส่วนดอกบัวสายพบว่าช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้แช่มชื่น บำรุงกำลัง แก้ไข้ร้อนใน

    หน้าร้อนนี้หาบัวสายมากินดับร้อนคงจะช่วยคลายความร้อนระอุได้อีกโข

    July 01

    4 วิธีแก้อาการปวดหลัง

    ใครที่มีอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้อาการปวดหลังมาฝากกัน...

    1. ฝึกพิลาทิส เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลังคือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับ คือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อย ๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือลง

    2.ว่ายน้ำ การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มาก เพราะ ไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดว่าย ท่ากบ เพราะต้องแอ่นหลังมาก

    3.ปรับเปลี่ยนท่านอน ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างหนุนโคนขาจะทำให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังแอ่นได้ ฉะนั้นควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย

    4. การหยิบจับของ ให้ย่อตัวแล้วยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อจะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น

    ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้.

    June 08

    ดื่มนมมากเกินวันละ 2 กล่อง กระตุ้นสลายกระดูกในผู้ใหญ่

    "นมดี แต่อย่าดื่มเกินวันละ 2 กล่อง"


    ข้อมูลจากมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติระบุว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่น ๆ จัดอยู่ในกลุ่มที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูงสุด ซึ่งแคลเซียมเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญมากในการเสริมสร้างกระดูก

    การดื่มนมประจำช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

    ที่มีผลกระทบต่อผู้หญิง 1 ใน 3 และผู้ชาย 1 ใน 5 ทั่วโลกอายุ 50 ปีขึ้นไป และคาดการณ์ว่าในปี 2050 แถบเอเชียจะมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดย อัตราดื่มนมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศออสเตรเลียดื่มนม 102 ลิตรต่อคนต่อปี มาเลเซีย 50 ลิตรต่อคนต่อปี ในขณะที่ไทย 13.36 ลิตรต่อคนต่อปี

    การเกิดโรคกระดูกพรุนไม่มีสาเหตุ

    แต่มาพร้อมวัยเหมือนการเข้าสู่วัยชรา กระดูกมีมวลหรือเนื้อน้อยลง จึงเปราะบางและแตกหักง่าย การป้องกันคือต้องเร่งสร้างและสะสมมวลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยชรา ด้วยการสะสมแคลเซียม โปรตีนและวิตามินดีจากการดื่มนม เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุที่มีส่วนต่อการเจริญเติบโตของกระดูก

    ทว่านมอย่างเดียวไม่เพียงพอ

    ต้องมีอย่างอื่นเสริม อาทิ ปลาเล็กปลาน้อย ปลาร้า เป็นต้น มีผู้แนะนำว่าในแต่ละมื้ออาหารต้องโรยด้วยปลาป่นหรือกุ้งแห้งป่น ส่วนในผักแคลเซียมสูง เช่น ผักโขม ไม่สามารถให้แคลเซียมแก่ร่างกายได้เนื่องจากไม่มีตัวดูดแคลเซียม ผักให้แคลเซียมแก่ร่างกายได้ คือผักคะน้า บรอกโคลี ผักกาด เป็นต้น


    นมที่ดีสุดคือนมสด มีสารอาหารและโปรตีนจำนวนมาก

    ซึ่งโปรตีนเคซิน เป็นโปรตีนเด่นที่สุด จับแคลเซียมเก่งช่วยสร้างความสูงให้ร่างกาย ควรดื่มวันละ 500 ซีซี หรือ 2 กล่อง หากเกินจากนี้ก่อให้เกิดผลเสีย เนื่องจากไปกระตุ้นต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมข้างไทรอยด์)

    ซึ่งไปสลายกระดูก แต่ในวัยเด็กสามารถดื่มนมได้วันละ 500-800 ซีซี โดยเฉพาะเด็กที่ใช้พลังงานสูงออกกำลังกายเหงื่อออกมาก เพราะฟอสฟอรัสที่เกินจะถูกใช้เป็นพลังงาน ไม่สามารถกระตุ้นต่อมพาราไทรอยด์ได้ ส่วนเด็กที่อยู่เฉย ๆ ควรดื่มนมเท่าผู้ใหญ่”

    ผู้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืดเมื่อดื่มนม

    เกิดจากร่างกายขาดน้ำย่อยน้ำตาลในนมหรือน้ำตาลแลคโตส แนะนำว่าควรดื่มวันละอึก ๆ เป็นการกระตุ้นเรื่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการดื่มนมขณะท้องว่าง แต่หากไม่สำเร็จแนะนำผสมนมสด 250 ซีซี กับนมเปรี้ยว 250 ซีซี แช่ตู้เย็น 1 คืน ก่อนแบ่งดื่ม

    เนื่องจากในนมเปรี้ยวมีแลคโตบาซิลัส

    เชื้อโรคที่มีคุณต่อร่างกาย จะกินตัวน้ำตาลแลคโตส นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ยับยั้งการดูดแคลเซียม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน บุหรี่

    รวมถึงการรับประทานอาหารไขมันสูงและเกลือสูง และที่ผ่านมาเข้าใจกันว่าดื่มนมแล้วเป็นมะเร็ง ซึ่งองค์การอาหารและยาในประเทศอังกฤษยืนยันว่าการดื่มนม 500 ซีซี ต่อวันไม่เป็นสาเหตุเกิดมะเร็ง นอกจากผู้ดื่มนม แล้วไปกินอาหารทอดในปริมาณมาก คงเป็นไขมันอื่นที่ได้รับเป็นสาเหตุเกิดมะเร็ง.

    June 06

    กล้วยหอม รักษาแผลภายนอก-ภายใน

    กินทุกวันช่วยคลายความเครียด เมื่อยล้า ทำอารมณ์เย็นขึ้น

               

                กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)เพราะในกล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ และอาการประเภท Morning Sickness หรืออาการตอนเช้าที่ไม่อยากจะตื่น ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าวในตอนเช้าได้ กล้วยมีวิตามินบีอยู่มาก วิตามินบีจะช่วยลดความเครียด อ่อนล้าได้

     

    กล้วยหอมยังบรรเทาแผลยุงกัดก่อนที่จะใช้ยาทา ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัดจะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้..คนส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแลตและพวกโปเต้โต้ชิปส์มากเกินไป ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

     

    จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็กๆ น้อยๆ ประมาณทุกๆ 2 ชม.จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก เป็นแผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น รวมทั้งกรดต่างๆ ที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะลดการเป็นแผลในกระเพาะได้

     

    นอกจากนี้ยังช่วยปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อนผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง เช่นในไทยเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล้วยหอมเป็นประจำ เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็น

    วิธีสปาเส้นผม ให้นุ่มสวยด้วยมะนาว

    วิธีสปาเส้นผม ให้นุ่มสวยด้วยมะนาว

     ช่วยขจัดรังแค หนังศีรษะนุ่มไร้ความมันมารบกวน

     

                มะนาวมีประโยชน์ต่อเส้นผม คือ จะช่วยดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้นุ่ม สวย แถมไร้รังแคอีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องรังแค คนส่วนใหญ่จะคิดว่าหนังศีรษะแห้งเท่านั้นถึงจะก่อให้เกิดรังแคได้ ซึ่งคนผมมันก็สามารถเกิดรังแคได้ เช่นกันเพราะหนังศีรษะมัน รังแคจะเกาะติดและก่อให้เกิดอาการคันและระคายเคือง ยิ่งปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้หนังศีรษะอุดตันเป็นสิวได้ด้วย

     

    นอกจากนี้ มะนาวยังสามารถนำมาใช้ทำสปาให้กับเส้นผมได้อีกด้วย เพราะมะนาวมีกรดเป็นธรรมชาติช่วยชำระล้างเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน ซึ่งน้ำมันจากมะนาวยังมีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรียสามารถทำความสะอาดและคืนสมดุลให้กับหนังศีรษะและเส้นผมช่วยลดความมันได้อีกด้วย

     

    ขั้นตอนการบำรุง เพียงนำน้ำมะนาว 8 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำบริสุทธิ์ครึ่งถ้วย แล้วคนน้ำมะนาวกับน้ำเข้าด้วยกัน แล้วนำมานวดลงบนหนังศีรษะและเส้นผมด้วยปลายนิ้วอย่างเบา ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายและช่วยระบบหมุนเวียนของโลหิตและระบบประสาท และหมักทิ้งไว้สัก 2 -3 ชั่วโมงจึงล้างออก จะช่วยล้างรังแคเหนียว ๆ ที่ติดอยู่บนหนังศีรษะและช่วยทำให้เส้นผมนุ่ม สลวยเป็นเงางาม

     

    รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีผมสวย ก็ลองนำมะนาวมาทำสปาให้กับเส้นผมกันดูได้

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    June 02

    "ความรัก กับ ความเศร้า "ทำไมคนเราต้องมี?


     

     

    รู้ไหม?. . .ทำไมคนเราถึงเกิดมาแล้ว มีความรัก และความเศร้า
    เพราะความจริงแล้ว . . .
    "ความรัก" และ "ความเศร้า" เป็นของคู่กันเสมอ
    เหมือนกับ ชาย และหญิงที่เกิดมาคู่กัน
    เพียงแต่ . . . คู่ชาย – หญิง อาจจะไม่ได้สมใจดังปรารถนา

     

    บางคนรัก กับอีกคน แต่พอเอาเข้าจริง กลับแต่งงานอีกคน
    บางคนรักกันจะเป็น จะตาย
    สุดท้าย. . .พอเลิกกัน ก็ไม่วายหมางเมินกัน
    และกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด

     

    การที่เราได้รักใครสักคน  . . .
    มันเป็นความสุขที่มากล้นเหลือเกิน
    แต่คนที่เราคิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ . . .

     


    ฉัน. . .ก็เคยบอกกับตัวเองเสมอ ว่า . . .
    ความรักของแต่ละคน มันชั่งกว้างใหญ่นัก
    จะมีสักกี่คน ที่ จะไม่เคยรับรู้รสชาติแห่งความรัก
    จะมีใครสักกี่คน ที่ไม่เคยรับรู้รสชาติที่เจ็บปวดแม้แต่ครั้งเดียว
    มันชั่งยากนัก. . .ที่จะได้พบเจอคนเหล่านั้น

     

    ความรัก ไม่ได้ทำให้เราต้องเจ็บปวดเสมอไป
    เส้นที่กั้นระหว่างความรัก มันคืออะไร?
    คุณเคยลองค้นหามันหรือยัง? . . .
    หรือคุณไม่เคยที่จะค้นหามันเลย

     

    การที่คุณ 2 สองคน จะได้พบกัน . . .
    มันอยู่บนเส้นทางไหน คุณทราบหรือเปล่า
    คุณเคยสงสัยไหม? ทำไมระยะทางมันยาวไกลนัก
    . . .จนคุณอาจจะหลงทางไปไกลมากแล้ว

     

    คุณเคยแบ่งเส้นกั้นระนาบไว้ไหม?
    เคยมีคนพูดว่า . . .เพื่อน ไม่สามารถเป็นคนรักได้
    แต่บางครั้งความรัก . . .ก็เริ่มมาจากเพื่อน
    ประโยคนี้มันทำให้ฉัน รู้สึกดี และเศร้ามาก

     

    สำหรับฉันวันนี้  . . .ไม่ว่าอะไรจะขวางกั้นเราไว้
    ถ้าเรามีความรัก ความเข้า ความห่วงใย ให้กันแล้ว
    ความเศร้า  . . .ก็จะไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกของเราได้

     

    June 01

    กลับมาซะที

    ไม่ได้เล่นตั้งนาน กว่าจะได้โผล่มา เมล์ทั้งหมดก็โดนลบทิ้งซะแล้ว  เห้ย
    May 23

    ความรักกับความอดทน

    สื่งที่มนุษย์มีมากมายจนเหมือนไม่มีวันหมดนันก็คือ"ความรัก"

    แต่สิ่งที่มนุษย์มีจำกัดจนดูเหมือนว่าเห็นแก่ตัวนั้นคือ "ความอดทน"

    ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้องอดทนกับปัญหาต่างๆไว้เพื่อให้รักนั้น....ยั้งยืน

    แต่ในทิศทางตรงกันข้าม เมือใดที่สิ้นรักเมือนั้น "ความอดทน"ก็หามีไม่

    สิ่งใดที่เคยอดทนได้ก็กลับเปลี่ยนแปลงไป

    สิ่งใดที่เคยเห็นดีเห็นชอบกลับกลายเป็นขวางหูขว้างตา

    ท้ายที่สุด.......................

    "เรา" ก็เป็นฝ่ายทอดทิ้ง "รัก" นั้นให้จบลง

    แต่ยั้งมีความจริงอีกอย่างหนึ่งที่คนเรามังมองข้ามกันไปบ้างครั้ง

    ความรักของเราอาจจบลงทั้งที่ความรู้สึกรักยังมีอยู่เต็มหัวใจ

    เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั้ง "ความอดทน"

    บอกให้เราต้องไป~ไปทั้งๆที่ยังรักเพราะหากรักแล้วต้องเจ็บต้องช้ำ

    ทางเลือกที่ดีที่สุดก็หน้าจะหมายถึงการจากไปในวันนี้

    เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ในวันข้างหน้าอย่านั้น....ไม่ใช่หรอ

    เหตุเกิดจากความเหงา

    ขอบคุณ..ระยะทางที่ทำให้เราต้องห่างไกล
    ขอบใจ..เธอเหมือนกัน ทีเธอเลือกจากฉันไปแสนไกล

    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
    ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน
    ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ

    วันนี้..มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า
    ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าพึ่งเข้าใจ

    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
    ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน
    ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ

    มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น
    เหมือนอย่างตัวฉัน ทีเพิ่งรู้ว่าคืนวัน.ที่ผ่านมา ใครคือคนสำคัญ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ
    February 21

    มาทายนิสัย…จากภาพถ่ายกันดีกว่า

    มาทายนิสัย…จากภาพถ่ายกันดีกว่า

              รู้หรือไม่ ว่าภาพถ่ายของคุณก็สามารถทำนายนิสัยได้ เอ. . . ว่าแต่เพื่อนๆ ละค่ะ เวลาถ่ายรูป ชอบ แอ็คท่าแบบไหนกันบ้างเอ่ย?

    เอามือจับที่คาง :

              เป็นคนที่มีอารมณ์ศิลปิน อ่อนไหว เมื่อชอบอะไรก็ตามจะทุ่มจนสุดตัว เมื่อรักใครก็รักสุดชีวิต และเมื่อเกลียดจะเกลียดแทบขาดใจ ถ้ามีเงินทองอยู่ในมือ ก็จะใช้จ่ายอย่างไม่เสียดาย ไม่มีการวางแผนไว้เผื่อวันข้างหน้า แต่ใช้ชีวิตวันนี้ให้คุ้มที่สุด

    เอามือกอดอก : 

              มักจะเป็นคนชอบเสี่ยง ชอบความท้าทาย และใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ถ้ามีความรักและจะระมัดระวังตัวมาก จะพยายามทะนุถนอมความรักที่มี เป็นอย่างดี จึงทำให้สัมพันธภาพนั้นยืนยาว และมีความมั่นคง

    ทำหน้าทะเล้น . . . เด๋อด๋า :

              เป็นคนที่ ค่อนข้างอ่อนไหว ขี้อาย แต่ขณะเดียวกันก็มีอารมณ์ขัน ชอบทำให้ผู้อื่นหัวเราะอยู่เสมอ จะไม่ชอบอยู่ท่ามกลาง คนแปลกหน้ามากๆ ถ้าให้เลือกได้ จะเลือกสนทนาปาร์ตี้อย่างอบอุ่น กับเพื่อนสนิทไม่กี่คนมากกว่า

    นั่งไขว่ห้าง :

              คนคนนี้จะรักศักดิ์ศรีมากทีเดียว มีความซื่อสัตย์ และเป็นคนที่ค่อนข้างลึกลับ เอาใจใส่ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น อยู่ตลอดเวลา คุณจะมองหาคำแนะนำดี ๆ ได้จากคนแบบนี้

    วางมือไว้ที่หลังศรีษะ :

              เป็นคนที่ชอบสนุกสนาน ไม่แคร์อะไรทั้งนั้น ไม่ชอบพิธีการ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ชอบทำอะไรประหลาดๆ ให้คนอื่นแปลกใจอยู่เสมอ

    ชอบหันใบหน้าด้านข้าง เข้าหากล้อง :

              เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น ไม่หวั่นที่จะแก้ปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้น จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคตลอดเวลา เก็บรักษาของเป็นอย่างดี และไม่ยอมเสียผลประโยชน์ ใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย

    ยิ้มเห็นฟันนิดหน่อย :

              แสดงว่าเป็นคนชอบเข้าสมาคม สังสรรค์กับผู้อื่น เข้ากับคนได้ง่าย เฉลียงฉลาดเฉียบแหลม และมักจะมีไอเดียดี ๆ ให้ผู้อื่นเสมอ

    ยิ้มกว้าง :

              เป็นคนที่ชอบเก็บงำความรู้สึก เมื่อมีปัญหาอะไร ก็ไม่อยากให้ใครมารับรู้ ช่วยแก้ปัญหาด้วย เรียกได้ว่าไม่อยากให้ผู้อื่นไม่สบายใจ ในเรื่องของตนเอง แต่ในทางกลับกัน ถ้าเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ ก็จะรีบเข้าไปช่วยทันที

     

    ข้อความ-พอส

                                                                         ข้อความ - พอส

     


    จะอยู่ไกลห่างสักเท่าไหร่
    สิ่งหนึ่งที่ยึดใจเราอยู่ ไว้ไม่ให้เราห่างกัน
    คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน
    คำพูดเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

    ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ
    ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
    ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน
    และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

    ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
    ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
    วันเวลาจะนานสักเพียงไหน
    เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

    ในวันที่ฉันไม่มีใคร
    เปิดอ่านข้อความเก่าๆ ช่างมีความหมายจากวันนั้น
    คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน
    ข้อความเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

    ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ
    ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
    ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน
    และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

    ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
    ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
    วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง
     และไม่มีวันจากไปไหน